เชลซี การันตี “พูลิซิช-ฮาเวิร์ตซ์” คืนกองทัพฝ่า ชปล. เเต่ไร้ “ซิลวา”

เชลซี รับรองได้ คริสเตียน พูลิซิช และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ คืนกองทัพ เเต่ยังไม่มี ธิอาโก้ ซิลวา ช่วยทีมเจอแอตเลติโก้เก๋ มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก โธมัส ทูเคิล ที่ปรึกษาเชลซีออกมารับรองว่า คริสเตียน พูลิซิช และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ สองแนวรุกพร้อมช่วยทีม ต่างจาก ติอาโก้ ซิลวา ที่มีปัญหาเจ็บ สิงโตสีน้ำเงินคราม กำลังจะเดินทางไปยังกรุงบูค้างเรสต์ ประเทศโรมาเนีย เพื่อดวลกับ แอตเลติโก มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรกวันอังคารนี้ โดยการออกข่าวก่อนเกม ทูเคิ่ล รับรองว่า พูลิซิช กับ ฮาเวิร์ตซ์ พร้อมเดินทางไปกับทีม แต่ในราย ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังบราซิลที่ยังไม่ฟิตเต็มเปี่ยม “แน่นอนว่าเกมนี้มีขึ้นเพื่อคุณภาพของนักเตะอย่าง ติอาโก้ แต่ว่าโชคไม่ดีที่เขาจะไม่พร้อมใช้งาน ในเวลานี้เขากำลังฝึก ในตอนที่พวกเรากำลังจะเดินทางภายหลังจากนี้ “ผมมีความสุขมากมายๆที่ทั้งยัง ไค และ คริสเตียน อยู่ในกรุ๊ป พวกเขาซ้อมกับพวกเราก่อนหน้าที่ผ่านมาและไม่มีปัญหาอะไรเพิ่ม พวกเขาจะเดินทางไปกับพวกเราและพวกเขาจะอยู่ในทีมวันพรุ่งนี้”

เสือใต้ บุกขย้ำ ลาซิโอ คารัง 4-1 จ่อเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

บาเยิร์น มิวนิค ได้โอกาสสูงสำหรับการผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังบุกชนะ ลาสิโอ ได้ขาดลอย 4-1 การเเข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 กลุ่มนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง ลาสิโอ เปิดรังเหย้า สตาดิโอ โอลิมปิโก ต้อนรับการมาเยือนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค สิโมเน อินซากี้ ที่ปรึกษาเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 3-5-2 ฝากความมุ่งหวังในแนวรุกไว้ที่คู่แผงหน้าอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ซึ่งประสานงานร่วมกับ ฆัวกิน คอร์เรอา ด้าน”เสือใต้”กลุ่มเยือนของ ฮันซี ฟลิค วางหมากมาในแผน 4-2-3-1 ใช้หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำเกมรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน, จามาล มูเซียลา และก็ คิงส์ลีย์ โกมาน ผลที่ตามมา บาเยิร์น มิวนิค ดีกรีแชมป์เก่า บุกมากระหน่ำ ลาสิโอ 4-1 โดย ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาทีที่ 9, จามาล มูเซียลา นาทีที่ 24, เลรอย ซาเน นาทีที่ 42 และก็ ฟรานเซสโก อเคอร์บี ผู้เล่นของลาสิโอยิงเข้าประตูตัวเอง ในนาทีที่ 47 ส่วน ลาสิโอ ได้จาก โจอาคิน กอร์เรอา นาทีที่ 49 ส่งผลให้ บาเยิร์น ได้โอกาสเข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดสูงลิบตา โดยนัดหมายที่ 2 จะกลับไปเล่นที่ อัลลิอันซ์ อารีทุ่งนา รังเหย้าของเสือใต้ในวันที่ 17 มี.ค. นี้

“ชิรูด์” ตีลังกายิงสุดงาม! เชลซี เชือด แอต.มาดริด 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี เอาชนะ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด ไปได้ 0-1 โดยได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 67 ทำให้จบเกม สิงห์บลู เอาชนะไปได้ก่อนในนัดแรก จับความเป็นต่อก่อนกลับไปดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่จะถึง เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งสองกลุ่มมานะเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุก แม้กระนั้นยังคงทำได้แค่หวาดเสียวเท่านั้นในช่วง 15 นาทีแรก จากนั้นเป็น เชลซี ที่ครองบอลบุกได้มากขึ้น แล้วก็มีโอกาสได้จบจากลูกยิงไกล อลอนโซ แม้กระนั้นยังไปติดเซฟของ โอบลัค ในนาทีที่ 25 นาทีที่ 38 สิงห์บลู มีลุ้นใกล้เคียงอีกทีจากจังหวะได้ยิงในกรอบเขตโทษของ แวร์เนอร์ แม้กระนั้นยังคงไปติดเซฟของ โอบลัค อีกที นาทีที่ 41 แอตฯ มาดริด มีลุ้นจากจังหวะชาร์จจ่อๆของ ซัวเรซ แม้กระนั้น รือดิเกอร์ ยังตามมาบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้ทัน ทำให้จบ 45 นาทีแรก ยังเท่ากันแบบไร้สกอร์ 0-0 เริ่มครึ่งเวลาข้างหลังยังคงเป็น เชลซี ที่ครองบอกได้มากกว่า ส่วน แอตฯ มาดริด ยังคงเน้นตั้งรับแล้วก็คอยโอกาสในการสวนกลับ นาทีที่ 57 ยี่ห้อหมี มีโอกาสได้จบจากจังหวะตีลังกายิงของ ฟิลิกซ์ แม้กระนั้นบอลเหินข้ามคานออกไป แล้วหลังจากนั้น แอตเลว่ากล่าวโก มานะเปิดเกมบุกเยอะขึ้นเพื่อหวังเอาประตูคืนแม้กระนั้นยังแทบหาจังหวะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายมิได้ นาทีที่ 83 สิงโตน้ำเงินคราม สบโอกาสจบอีกทีจากจังหวะหลุดขึ้นมาด้านขวาของ แวร์เนอร์ ก่อนที่จะซัดมุมแคบไปติดเซฟของ โอบลัค อีกที ด้านหลังเกม ทัพยี่ห้อหมี มานะครองบอลบุกเข้าใส่อย่างหนัก แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเจาะแผงหลังของ สิงห์บลู ได้ จนถึงจบ 90 นาที่ เชลซี เอาชนะ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด ไปได้สำเร็จ 0-1 รายนามนักเตะที่ลงไปในสนามตัวจริง แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส ตอร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ยกเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หลุยส์ ซัวเรซ เชลซี : เอมองอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนสังเวย, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ โควาซิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ลีดส์ คืนฟอร์ม ไล่อัด นักบุญ เยิน 3-0 ขึ้นที่ 10 พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกรอบภายหลังจากแพ้มาตลอด 2 นัดหลังสุดด้วยการเปิดบ้านถล่ม เซาธ์แธมป์ตัน 3-0 การประลองฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ระหว่าง “ยูงทองคำ” ลีดส์ ยูไนเต็ด อันดับ 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน อันดับ 14 ของตาราง ผลที่ตามมา ครึ่งแรกทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างเบิกบาน แต่ว่าในที่สุดยังหาจังหวะเข้าไปทำแต้มกันไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0 ช่วงหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ จ่ายบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก แบมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งทิ่มเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม แล้วหลังจากนั้นนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะตอบโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายต่อให้ สจ๊วร์ต ดัลลัส แตะต้องบอลเข้าจุดโทษแล้วดีดด้วยซ้ายทิ่มมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

เหนือกว่าเพื่อนฝูงร่วมทีม!คิมไม่ชสร้างประวัติศาสตร์ในชปล.

โยชัว คิมไม่ช กลายเป็นนักฟุตบอลที่ชนะในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดจากการลงเล่น 50 ครั้งแรก โดยอันดับ 2 คือ โธมัส มุลเลอร์ กับ ค้างเซไม่โร่ โยชัว คิมไม่ช ตัวรุก บาเยิร์น มิวนิค ยอดสมาคมที่เวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลที่ชนะเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เยอะที่สุดในตอน 50 เกมแรก ภายหลังที่เขาเก็บชัยชนะได้ถึง 38 นัดหมายร่วมกัน เกมรอบ 16 กลุ่มในที่สุด ครั้งแรก ที่ บาเยิร์น คว้าชัยเหนือ ลาซิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการลงในสนามในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดหมายที่ 50 ของตัวรุกวัย 26 ปีพอดิบพอดี ส่วนเจ้าของสถิติเดิมในด้านนี้เป็น โธมัส มุลเลอร์ เพื่อนฝูงร่วมกลุ่มของ คิมไม่ช กับ ค้างเซไม่โร่ มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ภายหลังจากทั้งสองทำเอาไว้ที่ 36 เกม ทั้งนี้ เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ คิมไม่ช เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฤดู 2015-16 โดยวันนั้นเขาลงเป็นตัวสำรองในตอน 15 นาทีในที่สุดของเกมที่ บาเยิร์น ชนะ โอลิมแฉะอส 3-0 เมื่อตอนก.ย. ปี 2015 ซึ่งตลอดตอน 50 นัดหมายก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเขาทำได้ 10 ประตู และก็แพ้ไปเพียงแค่ 5 ครั้งแค่นั้น 5 ลำดับแรกที่ชนะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก เยอะที่สุดในตอน 50 ครั้งแรกที่ลงเล่น 1. โยชัว คิมไม่ช 38 เกม 2. โธมัส มุลเลอร์ 36 เกม – ค้างเซไม่โร่ 36 เกม 4. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น 35 เกม – ดาเนี่ยล การ์บาฆาล 35 เกม – อีสหรูหรา 35 เกม – มาร์เซโล่ 35 เกม

“ชิรูด์” ยิงท่ายาก! เชลซีแกร่งเฉือนแอตมาดริดยกแรก 16 ทีมชปล.

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหหญ่ “สิงห์บลูส์” ยังคงเดินหน้ารักษาสถิติไม่มีพ่ายแพ้นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมข้างหลังได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดประตูสุดสวยพาทีมเฉือน “ตราหมี” 1-0 กุมการได้เปรียบก่อนดวลกันนัดตัดสินวันที่ 17 มีนาคม นี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมในที่สุด ครั้งแรก) คืนวันอังคารก่อนหน้าที่ผ่านมา สนาม : อารีน่า นาว่ากล่าวโอนาล่า, บูคาเรสต์ (สนามกลาง) ดีเอโก้ สิเมโอเน่ เทรนเนอร์ แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด จ่าฝูงลา ลีกา พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นรองแชมป์กรุ๊ป เอ ก่อนแพ้เลบันเต้ 0-2 ในเกมลีกปัจจุบัน เป็นการแพ้ครั้งแรกในรอบ 8 เกม ส่วนทาง โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ซึ่งเข้ามารับงานต่อจากแฟร้งค์ แลมพาร์ด สมัยก่อนผู้จัดการทีมผู้พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กรุ๊ป อี ก่อนที่เทรนเนอร์เยอรมันจะพาทีมเสมอเซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ในเกมลีกปัจจุบัน ทำให้ไม่แพ้มา 6 เกมแล้วตั้งแต่เข้ามารับงาน เปิดตัวได้เพียงแค่ 2 นาที เชลซี หวุดหวิดงานเข้าจากความไม่ระวังของ เอมองอาร์ เมนดี้ จับบอลยาวโดน ซาอูล ญีเกซ ใส่มาฉกโชคไม่ดีแตะต้องยาวตามเล่นไม่ทันในที่สุดหลุดออกข้างหลังไป ถัดมานาทีที่ 10 เป็น “ตราหมี” ฝ่าตลอดจากบอลทางฝั่งขวาของ ยกเอา เฟลิกซ์ ดึงจัวหวะตักห้อยไปเสาไกลเกือบจะถึง อังเคล กอร์เรอา แต่ว่ายังไม่ผ่าน มาร์กอส อลอนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งได้ทัน 4 นาทีถัดมา แอต.มาดริด คลาดโอกาสทองคำจากควาผิดพลาดของแนวรับ เชลซี เสียเหลี่ยมโดน หฝ่าส์ ซัวเรซ ฉกบอลพาเข้าจุดโทษก่อนแทงไปเสาถึง โตมาส์ เลอมาร์ ใส่มาทิ้งตัวชาร์จแต่ว่าไม่ทันหลุดออกข้างหลังไป นาทีถัดมา “สิงห์บลูส์” แลกหมัดเฉียบพลันจากจังหวะเปิดทาขวาของ เมสัน เม้าน์ท บอลแรงเลย ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ ที่ใส่มาเสาแรกผ่านหน้าประตูหลุดออกข้าง ครึ่งทางผ่านแปลงเป็น เชลซี ทำได้ดีมากกว่าคราวนี้จากจังหวะชิ่งสุดสวยบอลหลุดมาหน้าจุดโทษฝั่งซ้ายเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ตวัดตามน้ำเรียดกระดอนพื้นเข้ามือ ยาน โอบลัค ล้มตัวรับไม่พลาด นาทีที่ 39 จากความสามารถส่วนตัวของ ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ พาบอลลากหนี สเตฟาน ซาวิช หลุดเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดยัดเสาแรกไปติดเซฟ ยาน โอบลัค ตบทิ้งออกมาจวนเจียน นาทีถัดมา “ตราหมี” สวนกลับเร็วเป็น อังเคล กอร์เรอา หลุดขึ้นมาทางด้านขวาก่อนได้โอกาสดีดเข้าในให้ หฝ่าส์ ซัวเรซ ได้ทิ้งตัวซัดแต่ว่าหลักไม่ดียิงไม่โดนบอลคลาดโอกาสสำคัญอย่างน่าเสียดาย หมดครึ่งเวลาแรก แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 0 นาทีที่ 55 เชลซี เพียรพยายามเร่งเครื่องคราวนี้เป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย พาบอลลากตัดเข้าในก่อนก้มตัวซัดด้วยซ้ายไปไถลบล็อคแนวรับ “ตราหมี” ห้อยเข้ามือ ยาน โอบลัค 3 นาทีถัดมาจากความผิดพลาดของแนวรับ เชลซี โขกบอลไม่ดีแปลงเป็นตั้งให้ ยกเอา เฟลิกซ์ ลอยตัวจักรยานอากาศในกรอบจุดโทษแต่ว่าโดนไม่ดีเหาะข้ามคานออกไปไกล แต่ว่าแล้วนาทีที่ 69 “สิงห์บลูส์” ทะยานออกนำจากลูกครอสทางซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ บอลอลหม่านในที่สุดไปโดน มาริโอ เอร์โมโซ่ ลอยโด่งเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทิ้งตัวจักรยานอากาศด้วยซ้ายกระดอนพื้นผ่านมือ ยาน โอบลัค ซุกตูดตาข่ายสวยหยด จากจังหวะนี้มีธงล้ำหน้าชูตามขึ้นมา เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินใช้เวลาฟังสัญญาณ วีเออาร์ อยู่นานก่อนเป่าการันตีให้เป็นประตูขึ้นนำ เชลซี ต่อจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 1 รายนามนักฟุตบอลที่ลงในสนามตัวจริง แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส โคนร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ยกเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หฝ่าส์ ซัวเรซ เทรนเนอร์ : ดีเอโก้ สิเมโอเน่ เชลซี (4-3-3) : เอมองอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ วัววาสิช…Read moreRead more

เอาแรงกดดันไปซะ! “นาเกลส์มันน์” ยกหงส์ยังเหนือกว่ากระทิง

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ที่ปรึกษาหนุ่มของเครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิกข์ รองจ่าฝูงบุนเดสลีกา ชูให้ลิเวอร์พูลของ เยอร์เกน คล็อปป์ ยังเป็นกลุ่มที่เหนือกว่ากลุ่มตัวเอง แม้ผลงานจะแตกต่างกันแน่ชัดในระยะหลัง สำหรับการแถลงข่าวก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่มสุดท้าย เลกแรก คืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นี้ “เราอยู่ในตอนที่มีผลงานดี เวลาที่ลิเวอร์พูลแพ้ถึง 5 นัดหมายจาก 7 เกมหลังสุด แต่ว่าพวกเขายังเหนือกว่าน้อย เมื่อมองจากประสบการณ์ในเกมระดับทวีป” “แต่ว่าเราเองก็พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งบอกให้เห็นแล้วแบบเดียวกันว่าเราสามารถสู้กับกลุ่มระดับนี้ได้ อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วรวมทั้งฤดูนี้ ซึ่งเราอยู่ในกลุ่มที่แข็งมาก (กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อิสตันบูล บาซัคเซฮีร์)” สำหรับศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 กลุ่ม เลกแรก จะมีที่ปุสกัส อารีนา สนามกลางในประเทศฮังการี เพราะเหตุว่าเยอรมนีมีมาตรการควบคุมโรควัววิด-19 ด้วยการงดเที่ยวบินจากอังกฤษเข้าประเทศ

ค้อนลุ้นไปชปล.เต็มกำลัง! ลินการ์ดช่วยเติมเต็มสิ่งที่เวสต์หมูแฮมหายไป

ตอนเดือนที่ผ่านมานอกเหนือจากนักเตะ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทำผลงานไม่มีที่ว่ากล่าวแล้ว เราคงมองข้ามนักเตะจากกลุ่ม เวสต์แฮม มิได้ด้วยเหตุว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มเยี่ยมจนบินสูงมากขึ้นมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบไม่น่าเชื่อ และผู้ที่ทำให้สื่อจำต้องหันมาจับตาดูไม่ใช่ใครกันแน่ที่แหน่งใดเขาเป็น เจสซี่ ลินการ์ด อดีตมหาเทพของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง ภายหลังจากรอมานานแสนนาน เดวิด มอยส์ ก็สามารถเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เป็นครั้งแรก (เคยเจอะกันมา 15 นัด) หลังพา เวสต์แฮม เชือด สเปอร์ส 2-1 เมื่อตอนคำ่วันอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ความเป็นจริงนอกเหนือจากฝีมือของทัพ “ขุนค้อน” แล้วดวงก็มีส่วนที่ทำให้กลุ่มคว้าสามแต้มด้วยด้วยเหตุว่าตอน 10 กว่านาครั้งด้านหลังมีจังหวะที่ มึงเร็ธ เบล วอลเลย์ชนคาน รวมถึงจังหวะที่แนวรับเวสต์แฮมเคลียร์บอลไปโดน ดื้อรั้น ฮึง-ไม่น แล้วบอลย้อยมาชนเสา สิ่งที่น่าจะเป็นหลักสำคัญหลังเกมสูงที่สุดเป็นอนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เนื่องจากความแพ้พ่ายครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการพ่ายเกมที่ 6 จาก 8 นัดหลังสุดในทุกรายแนวทางการทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 แต้มแล้ว ระหว่างที่ชัยของ เวสต์แฮม ช่วยทำให้พวกเขารั้งชั้น 4 ของตารางด้วยเหตุว่า เชลซี สะดุดเสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน

หงส์คืนฟอร์ม! อัด ไลป์ซิก 2-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม เกมแรก

เกมนี้ทั้งคู่จำเป็นต้องลงแข่งขันกันที่สนาม ปุสกัส อารีน่า ในกรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี เนื่องด้วยรัฐบาลเยอรมัน ประกาศห้ามเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักรเข้าประเทศ โดยผลจากการแข่งขันปรากฏว่า กลุ่ม “ลิเวอร์พูล” โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ ไปได้ 2-0 จากวิธีการทำประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และก็ ซาดิโอ มาเน่ นำมาซึ่งการทำให้ หงส์แดง กุมความเป็นต่ออย่างมาก ก่อนเกมนัดลำดับที่สอง จะมาเล่นที่สนามแอนฟิลด์ ในวันที่ 10 มีนาคมนี้ รายนามผู้เล่นทั้งคู่กลุ่ม ไลป์ซิกข์ : ปีเตอร์ ข้าลัคซี่ – นอร์กดี มูกิเอเล่ (วิลลี่ ออร์บาน น.64), ดาโยต์ อูขว้างเมกาโน่, ลูคัส กลอสเตอร์มันน์, อังเคลินโญ่ – อมามอง ไฮดาร่า (ยูสซุฟ โพลบวงสรวง น.64), มาร์เซล ซาบิตเซอร์, เควิน คัมเปิ้ล (ฮวาง ฮี-เฉลียง น.73)- – คริสโตเฟอร์ เอ็นเกิงกู, ดานี่ โอลโม่, ไทเลอร์ อดัมส์ หงส์แดง : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โอซาน คาบัค, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ตำหนิอาโก้ อัลกานตาร่า (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชเบอร์เลน น.72), จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, เคอร์ตำหนิส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.90), โรแบร์โต้ ฟีร์ไม่โน่ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.72), ซาดิโอ มาเน่

“เอ็มบัปเป” กดแฮตทริกพา เปแอสเช บุกกระหน่ำยับ บาร์ซา 4-1 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 รอบ 16 กลุ่มนัดแรก เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลนา ที่เปิดสนามคัมป์ นู ต้อนรับการมาเยี่ยมของ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง ฝั่งอาซูลกรานา เจ้าบ้านจัดกลุ่มในระบบ 4-3-3 วาง อุสมาน เดมเบเล, ลิโอเนล เมสซี และ อองตวน กรีซมันน์ เป็นสามผสานในแนวรุก ทางด้านเปแอสเช แขกเลือกใช้แผน 4-3-3 เหมือนกันกับ สามตัวรุกในดินแดนหน้าประกอบด้วย คิลิยัน เอ็มบัปกระเป๋า, เมาโร อิคาร์ดี้ และ มอยเซ คีน ผลปรากฎว่า “บาร์ซา” เจ้าถิ่น ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจุดลูกโทษของ ลีโอเนล เมสซี ในนาทีที่ 27 แต่ถึงนาทีที่ 32 “เปแอสเช” ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากการยิงของ คีเลียน เอ็มบัปเป จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 1-1 ครึ่งหลัง ถึงนาทีที่ 65 “เปแอสเช” พลิกขึ้นนำ 2-1 จากการยิงของ เอ็มบัปเป คนเดิม 5 นาทีถัดมา กลุ่มเยี่ยมหนีเป็น 3-1 จากการโหม่งจ่อๆของ มอยเซ คีน ก่อนที่ เอ็มบัปเป ทำแต้มที่ 3 ของตนในเกมนี้ เป็นแฮตทริกจากจังหวะโต้กลับในนาทีที่ 85 เป็นประตูซ้ำเติมชัยให้ กรุงปารีส แซงต์ แชร์กแมง บุกถล่ม บาร์เซโลนา ถึงถิ่น 4-1 กุมการได้เปรียบก่อนกลับไปเล่นที่ถิ่น ปาร์ก เดส์ แพรงซ์ ของตน ในเกมนัดหมายที่ 2 วันที่ 10 มี.ค. นี้ รายนามนักฟุตบอลที่ลงไปในสนามตัวจริง บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อังเดร แตร์ ชเตเก้น – แซร์จินโญ่ เดสต์ (ออสการ์ ไม่นเกซ่า น.71), หนวดเคราร์ด ปีเก้ (ริการ์ด ปูอิก น.79), เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เฟรงกี้ เดอ ย็อง, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (ไม่ราเลม ปานิช น.79), เปดรี้ (ตรินเกา น.79) – อุสมาน เดมเบเล่, ลิโอเนล เมสซี่, อ็องตวน กรีซมันน์ (มาร์ติน เบรธเวต น.85) กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง : เกย์ลอร์ นาวาส – อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ (ธิโล เคห์เรอร์ น.89), มาร์รับประทานญอส, เปรสแนล คิมเปมเบ้, เลย์แว็ง คูร์กซาว่า – เหนื่อยริสซ่า กาน่า เกย์ (อันเดร เอร์เรรา น.46), เลอันโดร ปาเรเดส – มอยเซ่ คีน (ดานิโล่ เปเรเร่า น.85), มาร์โก แวร์รัตติ (ยูเลี่ยน ดรั๊กซ์เลอร์ น.73), คิลิยัน เอ็มบั๊ปกระเป๋า – เมาโร อิการ์ดี้